• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสต์ฟรี โปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - melow

#1


ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเรื่องที่ท้าทาย การกู้เงินเพื่อปิดหนี้นอกระบบกลายเป็นทางเลือกที่หลายคนหันมาใช้ อย่างไรก็ตาม การเลือกแหล่งเงินกู้ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงหรือดอกเบี้ยที่สูงเกินไป ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับแหล่งเงินกู้ที่ปลอดภัยสำหรับการปิดหนี้นอกระบบ

## ทำความเข้าใจกับเงินกู้นอกระบบ
หนี้นอกระบบคือหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ เช่น เจ้าหนี้ที่ไม่จดทะเบียน ซึ่งมักมีอัตราดอกเบี้ยสูงและเงื่อนไขการชำระเงินที่ไม่เป็นธรรม การปิดหนี้นอกระบบจึงจำเป็นต้องใช้เงินกู้จากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ

## แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ จากแหล่งเงินกู้ที่ปลอดภัย

### 1. สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต

การกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากมีความปลอดภัยและมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นมีใบอนุญาตหรือไม่

### 2. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินในจำนวนที่ไม่สูงมาก สหกรณ์เหล่านี้มักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าและเงื่อนไขการชำระเงินที่ยืดหยุ่น

### 3. เงินกู้จากกลุ่มช่วยเหลือ

การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือทางการเงินในชุมชน เช่น กลุ่มออมทรัพย์หรือกลุ่มสวัสดิการ สามารถเป็นทางเลือกที่ดีในการกู้ยืมเงิน โดยสมาชิกในกลุ่มมักจะช่วยเหลือกันในเรื่องการเงิน และอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าหนี้นอกระบบ

### 4. แพลตฟอร์มการเงินออนไลน์

ในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ที่เชื่อถือได้มากมาย เช่น แอปพลิเคชันที่ให้บริการเงินกู้ผ่านมือถือ โดยคุณควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีรีวิวจากผู้ใช้งานจริง

## วิธีการเลือกแหล่งเงินกู้ที่ปลอดภัย

- **ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ**: ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินกู้ที่คุณสนใจ เช่น รีวิวจากผู้ใช้งาน และประวัติการดำเนินงาน
- **อ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด**: ควรอ่านและเข้าใจเงื่อนไขการกู้ยืม รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ
- **เลือกแหล่งเงินกู้ที่มีใบอนุญาต**: การเลือกแหล่งเงินกู้ที่มีใบอนุญาตจะช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัย

การปิดหนี้นอกระบบ ปิดหนี้บัตรเครดิตเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกแหล่งเงินกู้ การเลือกแหล่งเงินกู้ที่ปลอดภัยจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สินในอนาคต หากคุณกำลังมองหาทางออกในการจัดการหนี้นอกระบบ อย่าลืมพิจารณาแหล่งเงินกู้ที่เราแนะนำในบทความนี้ เพื่อให้คุณสามารถจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
กู้เพื่อการศึกษา https://krungthai.com/Download/product/MediaFile_7791Student_Loan_2555.pdf


#2
วิเคราะห์เลขทะเบียนรถมงคล เพื่อเสริมดวงโชคลาภ


การเลือกเลขทะเบียนรถมงคลเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ เนื่องจากเชื่อว่าเลขทะเบียนที่ดีสามารถเสริมดวงโชคลาภและนำพาความโชคดีมาสู่ชีวิตได้ ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์และแนะนำวิธีการเลือกเลขทะเบียนรถที่เหมาะสมเพื่อเสริมดวงโชคลาภกัน

ความสำคัญของเลขทะเบียนรถมงคล

เลขทะเบียนรถไม่เพียงแต่เป็นการระบุรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีความหมายลึกซึ้งในด้านโชคลาภและความเป็นมงคล ตามความเชื่อของคนไทย เลขบางตัวมีความหมายที่ดีและสามารถนำโชคลาภมาให้ เช่น เลข 8 ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง หรือเลข 9 ที่สื่อถึงความสำเร็จ

วิธีการวิเคราะห์เลขทะเบียนรถมงคล
### 1. ศึกษาความหมายของตัวเลข

การเลือกเลขทะเบียนรถควรเริ่มจากการศึกษาความหมายของตัวเลขแต่ละตัว โดยทั่วไปแล้ว ตัวเลข 0-9 มีความหมายที่แตกต่างกัน เช่น

- **เลข 1**: ความเป็นผู้นำ
- **เลข 2**: ความสัมพันธ์ที่ดี
- **เลข 3**: ความคิดสร้างสรรค์
- **เลข 4**: ความมั่นคง
- **เลข 5**: การเปลี่ยนแปลง
- **เลข 6**: ความรักและครอบครัว
- **เลข 7**: ความรู้และปัญญา
- **เลข 8**: ความเจริญรุ่งเรือง
- **เลข 9**: ความสำเร็จและความเจริญ

### 2. การรวมตัวเลข

การรวมตัวเลขในทะเบียนรถก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมเลขที่มีความหมายดี เช่น การรวมเลข 8 และ 9 จะทำให้เกิดความหมายที่ดีขึ้น เช่น โชคลาภและความสำเร็จ

### 3. เลขที่มีความหมายเชิงลบ

ควรหลีกเลี่ยงเลขที่มีความหมายเชิงลบ เช่น เลข 4 ที่บางคนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความตาย หรือเลข 6 ที่อาจหมายถึงความไม่มั่นคงในชีวิต

การเลือกเลขทะเบียนรถมงคล

### 1. เลือกจากวันเกิด

การเลือกเลขทะเบียนรถตามวันเกิดของเจ้าของรถก็เป็นวิธีที่นิยม โดยสามารถใช้เลขที่เกี่ยวข้องกับวัน เดือน ปีเกิด มารวมกันเพื่อหาความหมายที่ดี

### 2. ใช้ศาสตร์ตัวเลข

ศาสตร์ตัวเลข เช่น นูโรโลยี หรือศาสตร์จีน สามารถช่วยในการวิเคราะห์เลขทะเบียนรถมงคลได้ โดยการใช้หลักการต่าง ๆ เช่น การคำนวณเลขนำโชคจากวันเกิด

### 3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากไม่มั่นใจในการเลือกเลขทะเบียนรถ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลขหรือหมอดูที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำในการเลือกเลขที่เหมาะสม


การเลือกเลขทะเบียนรถมงคลเพื่อเสริมดวงโชคลาภนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญและควรให้ความใส่ใจ โดยการศึกษาและวิเคราะห์ความหมายของตัวเลขต่าง ๆ รวมถึงการเลือกเลขที่มีความหมายดีและหลีกเลี่ยงเลขที่มีความหมายเชิงลบ จะช่วยให้คุณมีโชคลาภและความสำเร็จในชีวิต

หากคุณกำลังเช็คเลขทะเบียนรถมงคลที่เหมาะสม อย่าลืมใช้วิธีการที่เราแนะนำในบทความนี้ เพื่อให้การเลือกเลขทะเบียนรถของคุณเป็นไปอย่างมีความหมายและเสริมดวงโชคลาภในชีวิตประจำวัน


#3


ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากความถดถอยทางเศรษฐกิจ บวกกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ที่ยังเท่าเดิม ทำให้เกิดปัญหาเงินไม่พอใช้และจำเป็นต้องมีการกู้ยืมเงิน ปัญหาที่เกิดซ้ำซ้อนขึ้นก็คือหลายคนใช้ช่องทางกู้ที่ไม่ถูกวิธี นั่นคือการ กู้เงินนอกระบบ

ลักษณะโดยทั่วไปของการกู้เงินช่องทางนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการกู้เงินก้อนเล็ก ๆ ในหลักหมื่น และกู้ระยะเวลาสั้นในลักษณะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่เงินก้อนเล็ก ๆ นี้ กลับเป็นหนี้ก้อนใหญ่ในเวลาไม่นาน ด้วยเหตุที่เจ้าหนี้เงินกู้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงมาก ช่องทางการ กู้นอกระบบ มี 2 ช่องทาง คือ
กู้เงินจากผู้ปล่อยกู้โดยตรง ตามประกาศที่ติดไว้ในสถานที่ชุมชนต่าง ๆ ด้วยข้อความเชิญชวน บรรดาผู้ปล่อยกู้จะมีกลุ่มคนที่ได้เงินมาจากแหล่งผิดกฎหมายปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก
กู้เงินผ่านแอป ซึ่งปัจจุบันได้มีแอปกู้เงินออนไลน์ผิดกฎหมายเกิดขึ้นมาก มีการคิดดอกเบี้ยสูงกว่า 30% ทั้งยังมีการคิดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อีกหลายรายการ
เกิดอะไรขึ้นกับคนที่เป็น หนี้นอกระบบ
ทั้งสองช่องทางนี้แม้ว่าลูกหนี้จะได้รับเงินมาเยียวยาความขัดสนจริง แต่กลับตามมาด้วยปัญหามากมาย ตั้งแต่การถูกตามทวงเป็นรายวันเพราะลูกหนี้จ่ายคืนไม่ไหว ดอกเบี้ยแพงเกินไป ไปจนถึงปัญหาขั้นหนักคือคนในครอบครัวของลูกหนี้ถูกคุกคาม คนตามทวงหนี้มักจะมีทริคโดยจับจุดอ่อนของครอบครัว เช่น เมื่อรู้ว่ามารดาของลูกหนี้กำลังป่วยเป็นโรคหัวใจจะใช้จุดนี้เข้ามาข่มขู่ทำให้ลูกหนี้เกิดความกลัวว่ามารดาจะตกใจและช็อก  บางครอบครัวถึงขั้นอยู่บ้านไม่ได้ต้องพากันหลบหนีได้รับความเดือดร้อนและใช้ชีวิตยากลำบาก
แก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างไรดี
กรณีถูกตามทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล เช่น ทวงเกิน 1 ครั้งต่อวัน ใช้วิธีการขู่ หรือใช้ความรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย สามารถแจ้งตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีเพราะผิดกฎหมาย ลูกหนี้นอกระบบยังมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้เจ้าหนี้กระทำเกินกว่าเหตุ
ติดตามข่าวสารข้อมูลการลงทะเบียนเข้าโครงการช่วยเหลือหนี้นอกระบบที่รัฐจัดขึ้น เพื่อหาทางรับเงินก้อนไปจ่ายหนี้ที่ กู้นอกระบบ มา สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินตัวกลางที่ให้บริการ ทั้งธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ทั่วไป
คอยติดตามดูว่ามีช่องทางกู้เงินในระบบจากสถาบันการเงินไหนบ้างรวมหนี้บัตรเครดิต รวมหนี้เป็นก้อนเดียว สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหนึ่งที่กู้ง่าย เช่น สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ กรุงไทยเปย์เดะ สินเชื่อกรุงไทย Smart Money และสินเชื่อเอนกประสงค์ 5 Plus

ธนาคารกรุงไทยมีนโยบายช่วยเหลือและแก้ปัญหาการ กู้เงินนอกระบบ ปรับโครงสร้างหนี้ โดยเปิดโอกาสให้คนไทยที่กู้เงินผิดทางสามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อได้ง่ายขึ้นเพื่อจะได้กลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง สามารถติดต่อธนาคารกรุงไทย หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ krungthai.com



#4
การรักษาพยาบาลเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ แต่การตรวจสอบสิทธิในการรักษาพยาบาลอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับหลายคน ในบทความนี้ เราจะเสนอวิธีการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงการรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

## 1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาล

สิทธิรักษาพยาบาลในประเทศไทยมีหลายประเภท เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิประกันสังคม และสิทธิจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ การเข้าใจสิทธิที่คุณมีจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบและใช้สิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

## 2. ตรวจสอบสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า

หากคุณเป็นผู้ที่มีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า คุณสามารถ ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลได้โดยการเข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 1506 เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของคุณ

### ขั้นตอนการตรวจสอบ

1. **เข้าเว็บไซต์**: ไปที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม
2. **กรอกข้อมูลส่วนตัว**: ป้อนหมายเลขบัตรประชาชนและข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น
3. **ตรวจสอบสิทธิ**: ระบบจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาลของคุณ

## 3. ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม

สำหรับผู้ที่ทำงานในภาคเอกชนและมีการจ่ายประกันสังคม คุณสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมประจำพื้นที่ หรือผ่านทางเว็บไซต์ของประกันสังคม

### ขั้นตอนการตรวจสอบ

1. **ติดต่อสำนักงานประกันสังคม**: ไปที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน
2. **นำเอกสารไปด้วย**: เช่น บัตรประชาชนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. **สอบถามข้อมูล**: เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบสิทธิและให้คำแนะนำ

## 4. สิทธิรักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการ

หากคุณเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ สิทธิรักษาพยาบาลของคุณจะอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานที่คุณสังกัด โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถตรวจสอบสิทธิได้จากหน่วยงานที่คุณทำงานอยู่

### ขั้นตอนการตรวจสอบ

1. **ติดต่อหน่วยงาน**: สอบถามที่ฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายการเงินของหน่วยงาน
2. **เตรียมเอกสาร**: เช่น บัตรประชาชนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. **ขอข้อมูล**: เจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาลของคุณ

## 5. การใช้บริการโรงพยาบาล

เมื่อคุณตรวจสอบสิทธิเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถใช้บริการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิที่คุณมี โดยควรนำเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชนและเอกสารการตรวจสอบสิทธิไปด้วย เพื่อให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างราบรื่น
การตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ หากคุณยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม การรู้สิทธิของตนเองจะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล อย่าลังเลที่จะสอบถามหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยที่สุด



#5

ในยุคที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ทั่วประเทศต่างเผชิญความท้าทายในการบริหารธุรกิจให้เดินหน้าอย่างมั่นคง หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความสำเร็จคือการมีแหล่งเงินทุนที่น่าเชื่อถือและตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างครอบคลุม อย่าง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ จากธนาคารกรุงไทยที่มุ่งมั่นเพื่ออยู่เคียงข้าง SME ไทยเสมอมา

สินเชื่อหมุนเวียน สำคัญสำหรับ SME อย่างไร
ผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่การดำเนินธุรกิจให้เติบโตและมั่นคงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจสินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่  สินเชื่อหมุนเวียน จึงมีความสำคัญต่อ SME ในหลายด้าน ดังนี้

เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
การขาดสภาพคล่องเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการ SME หลายรายเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน การจัดซื้อวัตถุดิบ หรือการจ่ายค่าจ้างพนักงาน สินเชื่อธุรกิจ ช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเสริมสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือนได้เป็นอย่างดี

เพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจ
การขยายกิจการ เช่น การเพิ่มกำลังการผลิต เปิดสาขาใหม่ ตั้งชื่อบริษัท ตั้งชื่อร้านให้รวย หรือปรับปรุงเทคโนโลยีในธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก การ กู้เงินทำธุรกิจ เป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวมาลงทุนทั้งหมด

บริหารความเสี่ยงและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ หรือความผันผวนในตลาดอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สินเชื่อ SME สินเชื่อรายย่อยช่วยให้มีเงินทุนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างเครดิตธุรกิจในระยะยาว
การ กู้เงินทำธุรกิจ และชำระคืนอย่างตรงเวลาช่วยสร้างประวัติการเงินที่ดีให้กับธุรกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการขอสินเชื่อเพิ่มเติมในอนาคต

แนะนำสินเชื่อเพื่อธุรกิจจากกรุงไทย

1. สินเชื่อ SME วงเงินสูง x3
สินเชื่อหมุนเวียน เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินเพื่อการลงทุนขยายธุรกิจ เปิดร้านใหม่ เปิดสาขาใหม่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่าน้อย เพราะให้วงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท หรือกรณีไม่มีหลักประกันมอบวงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 7 ปี อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 3.5% ต่อปี สามารถยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็น ที่พักอาศัย ที่ดินเปล่า หรือเงินฝากประจำก็ได้
ประเภทสินเชื่อ
สินเชื่อวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (T/L)
สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (O/D)

2. สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก
สินเชื่อ SME ไซส์เล็กเป็นสินเชื่อสำหรับ SME และผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการสมัคร สินเชื่อธุรกิจ แต่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการลงทุนเติมสต็อกสินค้า เปิดร้านใหม่ ขยายสาขา หรือเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในธุรกิจ แค่เป็นธุรกิจที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน เครื่อง EDC กรุงไทย หรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม เช่น Lazada Shopee ก็สามารถกู้ได้สูงสุด 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 7 ปี
ประเภทสินเชื่อ
สินเชื่อวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (T/L)
สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (O/D)
สินเชื่อวงเงินกู้โดยตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N)
สินเชื่อวงเงินหนังสือค้ำประกันไฟฟ้า (L/G)

3. สินเชื่อ SME ผ่อนนาน 20 ปี
นอกจาก SME ไทยแล้ว ธนาคารกรุงไทยยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับธุรกิจร้านค้าขนาดเล็ก หอพัก อาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบอาชีพอิสระทางการแพทย์ โดยให้ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 20 ปี อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี มอบวงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท สามารถยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ทั้งสถานประกอบการ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ดินเปล่า และเงินฝากประจำ
ประเภทสินเชื่อ
สินเชื่อวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (T/L)
สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (O/D)
สินเชื่อวงเงินกู้โดยตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N)
สินเชื่อวงเงินหนังสือค้ำประกันไฟฟ้า (L/G)

4. สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan Boost Up
สำหรับกลุ่มลูกค้า SME ที่มีผลประกอบการยอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท และต้องการสินเชื่อมากกว่า 20 ล้าน สินเชื่อ Soft Loan Boost Up ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนเงินทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจโดยเฉพาะ อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี (คงที่ 2 ปีแรก) วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาท
ประเภทสินเชื่อ
สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น สินเชื่อตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N)
สินเชื่อเสริมสภาพคล่องด้วยวงเงินสินเชื่อระยะยาว (L/N)

       เมื่อกล่าวถึงการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การมีแหล่งเงินทุนที่น่าเชื่อถือถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งธนาคารกรุงไทยตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้พัฒนา สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของ SME ไทยทุกขนาดและครอบคลุมครบทุกวัตถุประสงค์

        ด้วยจุดเด่นของสินเชื่อที่มาพร้อมกับดอกเบี้ยต่ำ วงเงินอนุมัติที่สูงกว่า และกระบวนการสมัครที่สะดวกรวดเร็ว สินเชื่อเพื่อธุรกิจ จากกรุงไทยจึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการขยายกิจการ เสริมสภาพคล่อง หรือจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี


#6


การวางแผนการเงินและการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การลงทุนใน RMF (Retirement Mutual Fund) และ SSF (Super Savings Fund) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีและสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจว่าทำไมการลงทุนใน RMF และ SSF จึงช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นในระยะยาว

## RMF และ SSF คืออะไร?

### RMF (Retirement Mutual Fund) กองทุน rmf  ตัวไหนดี 2567
RMF เป็นกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีเงินออมสำหรับการเกษียณ โดยสามารถลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง

### SSF (Super Savings Fund) กองทุน ssf ตัวไหนดี 2567
SSF เป็นกองทุนรวมที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมเงิน โดยมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

## ทำไมการลงทุนใน RMF และ SSF ถึงช่วยลดหย่อนภาษีได้?

### 1. สิทธิประโยชน์ทางภาษี

การลงทุนใน RMF และ SSF ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี โดยมีขีดจำกัดการลงทุนที่แตกต่างกัน โดย RMF สามารถลงทุนได้สูงสุดถึง 500,000 บาทต่อปี ในขณะที่ SSF สามารถลงทุนได้สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี ซึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 700,000 บาทต่อปี

### 2. การลงทุนระยะยาว

การลงทุนใน RMF และ SSF เป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษียณอายุ ซึ่งช่วยให้คุณมีวินัยในการออมเงินและลงทุนในระยะยาว โดยการลงทุนในระยะยาวมักจะมีผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนระยะสั้น เนื่องจากสามารถลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

### 3. การบริหารความเสี่ยง

RMF และ SSF มีการจัดการโดยมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางการลงทุนมากนัก


การลงทุนใน RMF และ SSF ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นในระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีการลงทุนที่มีประโยชน์และสามารถช่วยลดภาษีได้ การลงทุนใน RMF และ SSF อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ


หากคุณสนใจที่จะเริ่มต้นการลงทุนใน RMF หรือ SSF ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ การลงทุนเป็นการเดินทางที่ต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ผลตอบแทนในอนาคตจะคุ้มค่ากับการลงทุนในวันนี้

การลงทุนใน RMF และ SSF เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการวางแผนการเงินในระยะยาวและการลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ!

   
#7
ปัจจุบันการออมเงินอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะทางเลือกใหม่คือการลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งและสร้างรากฐานทางการเงินให้มั่นคงกว่าเดิม และหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ จากรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร
พันธบัตรรัฐบาล คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน ดังนั้นประชาชนทั่วไปจึงสามารถจองซื้อและถือครองได้ โดยทางรัฐบาลสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นให้แก่ผู้ถือครองเมื่อครบกำหนดหรืออาจจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ซึ่ง พันธบัตรออมทรัพย์ ส่วนใหญ่จะมีอายุ 1 ปี ไปจนถึง 5 ปี นักลงทุนจึงสามารถวางแผนได้ว่าต้องการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว

พันธบัตรรัฐบาลต่างจาก กองทุนรวม อย่างไร?
พันธบัตรเป็นตราสารหนี้รูปแบบหนึ่งออกโดยรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนอย่างดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุหรือจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ มีความคล้ายคลึงกับหุ้นกู้ แต่หุ้นกู้คือตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน
ส่วน กองทุนรวม เป็นการมอบเงินให้กับนักลงทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์มืออาชีพที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพื่อให้บริหารเงินแทนเรา สามารถเลือกลงทุนใน กองทุน สินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ตามความสนใจ บางกองทุนอาจมีทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน รวมถึงหุ้นอยู่ในกองทุนเดียว เปรียบได้กับการลงทุนในแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่เพื่อให้นักลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์นำเงินของเราไปบริหารจัดการแทน ส่วนผลตอบแทนมีทั้งรูปแบบเงินปันผลและรูปแบบกำไรจากส่วนต่างเมื่อขายคืน
ความแตกต่างระหว่างพันธบัตรกับ กองทุน คือการซื้อพันธบัตรมีกำหนดระยะเวลาการรับผลตอบแทนที่แน่นอน โดยเรามีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล ส่วนการ ซื้อกองทุน เป็นการลงทุนสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาบริหารจัดการเงินด้วยตัวเอง จึงลงเงินในกองทุนที่สนใจเพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ของกองทุนนั้นบริหารเงินแทนเราและรอรับผลตอบแทนในรูปแบบปันผลหรือส่วนต่างเมื่อทำการขายคืน

อยากซื้อพันธบัตรทำอย่างไร
การซื้อพันธบัตรสามารถซื้อขายได้ใน 2 ตลาด ได้แก่
1. ตลาดแรก (Primary Market) คือ การซื้อขายตั้งแต่ต้นทางระหว่างผู้ออกพันธบัตรกับนักลงทุน ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มนักลงทุนรายย่อย (บุคคลทั่วไป) ที่ซื้อพันธบัตรได้จากธนาคาร ด้วยราคาเริ่มต้น 1 – 1,000 บาทต่อหน่วย และนักลงทุนสถาบันซึ่งจะมีการตั้งราคาเพื่อประมูลซื้อพันธบัตรในรอบนั้น

2. ตลาดรอง (Secondary Market) คือ การซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุน ซึ่งมักจะเป็นการซื้อขายพันธบัตรที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา หากใครไม่ต้องการถือครองพันธบัตรต่อก็แจ้งความประสงค์ซื้อขายก่อนครบกำหนดได้ โดยนักลงทุนจะตกลงราคาซื้อขายกันเองในตลาดหรือผ่านโบรกเกอร์

          ส่วนวิธีการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์จากรัฐบาลสามารถทำได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ผ่านธนาคารกรุงไทยและแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ในช่วงที่มีการซื้อขาย ส่วนการซื้อขายในตลาดรองก็สามารถทำได้ผ่านบริการ Money Connect ของแอป Krungthai NEXT ได้เช่นกัน

ขั้นตอนการจองซื้อพันธบัตรผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
เลือกเมนู บริการ
เลือกเมนู พันธบัตรออมทรัพย์
เลือกเมนู รุ่นพันธบัตรที่ต้องการจอง
ระบุ จำนวนที่จองซื้อ
ตรวจสอบความถูกต้องของการสั่งจองซื้อและยืนยันการชำระเงิน

        อย่างไรก็ตามการจองซื้อพันธบัตรสามารถทำได้ในช่วงที่มีประกาศขายพันธบัตรจากรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น หากไม่อยู่ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายจะไม่มีคำสั่งซื้อที่สามารถดำเนินการได้ ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรองสามารถเลือกเมนู บริการ และเลือกเมนู Money Connect กรอกข้อมูลแบบประเมินความเสี่ยงแล้วเข้าสู่หน้าการซื้อขาย จากนั้นเลือกเมนูตลาดรองแล้วทำการซื้อขายที่ต้องการได้เลย

พันธบัตรรัฐบาล เปิดขายช่วงไหนบ้าง
         พันธบัตรรัฐบาลไทยเปิดจำหน่ายปีละ 2 ครั้ง โดยทั่วไปจะประกาศในช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลังของปีงบประมาณ ตัวอย่างเช่น ในปีงบประมาณ 2567 กระทรวงการคลังได้ประกาศจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ ดังนี้

- ครั้งที่ 1 อายุพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3.0% และ 3.4% ประกาศจำหน่าย 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2567 และช่วงที่ 2 สำหรับนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในวันที่ 18 - 19 มีนาคม 2567
- ครั้งที่ 2 อายุพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3.0% และ 3.4% ประกาศจำหน่าย 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในวันที่ 19 - 21 สิงหาคม 2567 และช่วงที่ 2 สำหรับนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ในวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2567

      สำหรับปีงบประมาณ 2568 กระทรวงการคลังได้ประกาศจำหน่าย พันธบัตรรัฐบาล เพื่อการบริหารหนี้ในครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีกำหนดการจำหน่ายพันธบัตรครั้งแรกของปีช่วงประมาณวันที่ 29 มกราคม 2568

คุณสมบัติผู้จองซื้อพันธบัตรรัฐบาล
ประชาชนทั่วไป
บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยสามารถซื้อพันธบัตรได้ หากเป็นผู้เยาว์ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ผู้ปกครองต้องให้ความยินยอม
นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร
นิติบุคคลกลุ่มนี้หมายถึงนิติบุคคลที่ดำเนินการโดยไม่แสวงหากำไร อย่างสมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ วัด สภากาชาดไทย โรงเรียนรัฐบาล นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยและไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
ชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ชาวต่างชาติสามารถซื้อพันธบัตรของรัฐบาลไทยได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยต้องใช้เอกสารสำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าวและสำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝาก ทำการซื้อขายที่สาขาของธนาคารเท่านั้น

         การลงทุนด้วยการซื้อ พันธบัตรออมทรัพย์ ของรัฐบาลเป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินเย็นมาลงทุน สามารถเลือกซื้อพันธบัตรได้ตั้งแต่ 1 - 10 ปี อย่างไรก็ตามหากใครไม่มีเวลาซื้อขายพันธบัตรด้วยตัวเอง แต่ยังต้องการนำเงินออมมาลงทุนให้งอกเงย ยังมีการลงทุนประเภทอื่นที่น่าสนใจอย่างการ ซื้อกองทุน รวม เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม เป็นต้น เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ไม่มีเวลาในการลงทุนด้วยตัวเอง ต้องการลงทุนโดยให้มืออาชีพช่วยบริหาร และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย

          หากสนใจซื้อพันธบัตรออมทรัพย์กับธนาคารกรุงไทยสามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปดูทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากกรุงไทยได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal/investment/mutual-funds



#8

   หลายคนที่ออมเงินมาได้สักพักจนกระทั่งมีเงินก้อนคงเริ่มคิดหาวิธีจะนำเงินไปลงทุนกับอะไรดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น มีการลงทุนหลายรูปแบบให้คุณเลือกไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม หรือแม้แต่ทองคำ ซึ่งทองคำจัดว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายและเริ่มต้นลงทุนได้ไม่ยาก

ทำไมการ ลงทุนกับทอง จึงน่าสนใจ ลงทุนทองดีไหม

         เหตุที่ทองคำมีความน่าสนใจเพราะถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง ไม่ลดมูลค่าของตัวเองลงแม้ว่าโลกจะต้องเจอกับภาวะเงินเฟ้อหรือเศรษฐกิจตกต่ำ ทองคำที่เริ่มซื้อในวันนี้สามารถเก็บไว้รอจังหวะขายทำกำไรเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ตัวทองคำไม่ได้มีมูลค่าลดลง หลายคนคงเคยได้ยินว่าบางครั้งที่ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกลดต่ำลงอย่างมาก แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวสูงขึ้น ทั้งหมดนี้คือความน่าสนใจ และในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธี ลงทุนทอง 3 รูปแบบกัน

ลงทุนทองแบบไหนดี

- การซื้อขายทองจากร้านทองโดยตรง
        ขอเริ่มต้นด้วยรูปแบบง่ายที่สุดคือการซื้อทองคำแท่งจากร้านทองมาเก็บไว้ และรอจังหวะขายทำกำไร โดยวิธีนี้ไม่ซับซ้อนเพียงคุณติดตามราคาทองคำในประเทศที่กำหนดโดยสมาคมผู้ค้าทอง ซึ่งจะมีการอัปเดตเป็นประจำทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ เมื่อราคารับซื้อคืนสูงกว่าราคาที่คุณซื้อมาสามารถนำทองไปขายทำกำไรได้ วิธีนี้เหมาะกับคนที่มั่นใจว่าสามารถเก็บทองไว้กับตัวเองได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันร้านทองบางแห่งมีบริการรับฝากทองหรือให้คุณออมทองกับทางร้านได้โดยคุณจะรับทองคำแท่งคืนเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ

- การลงทุนใน Gold Futures
   หันมาดูการ ลงทุนทอง แบบมืออาชีพกันบ้าง นั่นคือวิธีลงทุนใน Gold Futures หรือการลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้ากับตลาดอนุพันธ์ (TFEX) วิธีนี้คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเริ่มต้น เพราะมีศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายที่ต้องทำความเข้าใจ รวมถึงควรมีความสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาทองได้ดีพอสมควร จุดเด่นคือทำกำไรได้มากกว่าการซื้อขายทองคำแท่งโดยตรง แต่ความเสี่ยงก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

- การ เทรดทองคำ
   วิธีสุดท้ายที่เราขอแนะนำในวันนี้คือการ เทรดทองคำ ผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับในเมืองไทยแอปพลิเคชันที่เราขอแนะนำคือ "แอปเป๋าตัง" เป็นการลงทุนผ่านแอปพลิเคชันจากธนาคารกรุงไทย โดยเริ่มต้นจากการเปิดบัญชีอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ FCD ซึ่งทำได้ผ่านแอป วิธีนี้มีจุดเด่นคืออ้างอิงราคาทองคำตลาดโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าทำให้โอกาสทำกำไรมีมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังเริ่มต้นซื้อได้ตั้งแต่น้ำหนัก 0.1 ออนซ์ (ราคาประมาณ 6,000 บาท) จึงเหมาะกับรายย่อยที่ต้องการเริ่มลงทุน และเมื่อใดก็ตามที่คุณอยากเปลี่ยนทองคำที่ถือครองแบบออนไลน์เป็นทองคำแท่ง ระบบก็มีบริการนี้เช่นกันโดยเลือกรับทองคำแท่งได้จากร้านที่ร่วมโครงการ

   นอกจาก 3 รูปแบบนี้แล้ว การ ลงทุนกับทอง ยังมีรูปแบบอื่นอีก เช่น การซื้อกองทุนทอง หุ้นทองคำซึ่งจัดเป็นกองทุนรวมอีกรูปแบบหนึ่ง และไม่ว่าคุณจะลงทุนแบบไหนก็ตามการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง แต่หากศึกษาข้อมูลไม่ดีพอโอกาสขาดทุนหรือต้องถือครองเป็นเวลานานเกินไปกว่าจะได้กำไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งเราไม่อยากให้คุณเจอกับสถานการณ์แบบนั้น

#9
   เมื่อเข้าสู่วัยทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง แน่นอนว่าจะต้องมีภาระหน้าที่ใหม่เกิด ขึ้นนั้นคือ การเสียภาษี โดยบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาจะต้องชำระ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ด้วยการคำนวณจากเงินรายได้พึงประเมินทุกประเภทตลอดปีภาษี หักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ เช่น ค่าเลี้ยงดูตนเอง ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่และลูก ค่าดอกเบี้ยผ่อนบ้าน ค่าการ ศึกษาของลูก รวมทั้งค่าเบี้ยประกันชีวิต

เพราะเหตุใด ประกันลดหย่อนภาษี ได้
   ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในประโยชน์ของการทำประกันชีวิตกันก่อน ว่าเป็นการออมเงินประเภทหนึ่งซึ่งให้ทั้งผลตอบแทนและความคุ้มครอง รวมถึงเงินชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด อาทิเช่น เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต เงินเลี้ยงดูตัวเองยามเกษียณ เงินออมสำหรับการศึกษา เป็นต้น ซึ่งการทำประกันชีวิตเป็นการสร้างมั่นคงเพื่ออนาคตอย่างหนึ่งนั่นเอง ดังนั้นรัฐบาลจึงสนับสนุนให้ประชาชนมีการทำประกันชีวิตมากขึ้นด้วยการให้สิทธิลดหย่อนภาษี เนื่องจากตระหนักดีว่าการทำประกันชีวิตสามารถช่วยลดภาระของภาครัฐได้

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ และประกันแบบไหนที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง
   ปัจจุบันการทำประกันชีวิตมีหลายรูปแบบ ทว่ากรมสรรพากรให้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เฉพาะกรมธรรม์ประกันชีวิตที่คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ประกันชีวิตแบบไหนดี
   1. ประกันชีวิตแบบทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทตามจำนวนที่จ่ายจริง ได้แก่
 1.1 ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา เน้นคุ้มครองชีวิตในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือคุ้มครองกรณีเสี่ยงภัย
 1.2 ประกันชีวิตตลอดชีพ เป็นประกันคุ้มครองชีวิตระยะยาวแต่จ่ายเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
 1.3 ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นประกันที่ให้การคุ้มครองชีวิตและออมเงินไปพร้อมกัน
 1.4 ประกันชีวิตควบการลงทุน นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังให้ผลตอบแทนจากการลงทุนด้วย ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเบี้ยประกันในส่วนที่เป็นความคุ้มครองเท่านั้น

   2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่ให้การคุ้มครองในรูปแบบรายได้หลังเกษียณ โดยผู้ทำประกันต้องจ่ายเบี้ยจนถึงอายุครบตามกำหนด จากนั้นบริษัทประกันจะจ่ายเงินกลับคืนให้เป็นงวด ๆ กรมธรรม์ประเภทนี้นำมา ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้เมื่อรวมกับสิทธิลดหย่อนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

   นอกจากประกันชีวิตแบบทั่วไปและแบบบำนาญแล้ว ยังมีประกันสุขภาพที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท หรือรวมกับประกันชีวิตแบบทั่วไปแล้ว ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
   ทั้งนี้การ ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ช่วยได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ควรเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เหมาะสมด้วย เช่น หากต้องการมีเงินรายได้หลังเกษียณควรเลือกประกันชีวิตแบบบำนาญ หากต้องการมีเงินออมควรเลือกประกันแบบสะสมทรัพย์ หรือเลือกประกันชีวิตตลอดชีพหากต้องการให้เป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลาน การเลือกทำประกันที่คุ้มครองความเสี่ยงและยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ถือเป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่ง แต่ก่อนตัดสินใจซื้อประกันควรคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายเสียก่อน ด้วยสูตรง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
ขั้นตอนที่ 2 เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินภาษีที่ต้องจ่าย
(กรณีที่มีรายได้หลายทางให้นำรายได้ทั้งหมดที่ไม่ใช่เงินเดือน x 0.5% = ภาษีที่ต้องจ่าย)
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีที่มี

   จากนั้นจึงค่อยซื้อประกันชีวิตตามต้องการด้วยวงเงินที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อย่างครอบคลุม ซึ่งหากกำลังมองหากรมธรรม์ประกันชีวิตที่คุ้มค่าในยุคนี้ต้องยกให้ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ สมาร์ท เซฟเวอร์ 15/5 ของธนาคารกรุงไทย ที่ให้ทั้งความคุ้มครองและช่วยลดหย่อนภาษี รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 587.5% ของทุนประกัน จ่ายเบี้ยประกันระยะสั้นเพียงแค่ 5 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองนานถึง 15 ปี แถมยังอุ่นใจเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคารกรุงไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทยทุกแห่งใกล้บ้าน หรือแอปพลิเคชัน Krungthai Next


#10


ท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่มีชื่อเสียงในศาสนาพุทธและความเชื่อของคนไทย โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่งคั่งและโชคลาภ ในบทความนี้เราจะสำรวจประวัติ ความเชื่อ และความสำคัญของท้าวเวสสุวรรณในวัฒนธรรมไทย รวมถึงวิธีการบูชาที่ถูกต้องเพื่อดึงดูดโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

ประวัติและความเป็นมา

ท้าวเวสสุวรรณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ท้าวเวสสุวรรณ" เป็นเทพเจ้าที่มีรากฐานมาจากศาสนาพุทธและมีความเชื่อมโยงกับศาสนาฮินดู โดยมีชื่อว่า "เวสสุวรรณ" ซึ่งแปลว่า "ผู้มีทรัพย์" หรือ "ผู้มีความมั่งคั่ง" ในทางพุทธศาสนา ท้าวเวสสุวรรณถือเป็นหนึ่งในพระยามารที่มีบทบาทในการคุ้มครองและดูแลผู้ที่บูชาเขา

ตามตำนานเล่าว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นลูกของพระอินทร์และมีหน้าที่ในการปกป้องโลกจากอสูรและสิ่งชั่วร้าย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ประทานโชคลาภและความมั่งคั่งให้กับผู้ที่เคารพนับถือ

ความสำคัญในวัฒนธรรมไทย

ท้าวเวสสุวรรณมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะในพิธีกรรมและการบูชาในวัดต่าง ๆ ซึ่งมักจะเห็นรูปปั้นของท้าวเวสสุวรรณตั้งอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดอรุณราชวราราม และวัดอื่น ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับการขอพรเรื่องโชคลาภ

ผู้คนมักจะไปกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณเพื่อขอให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา และประสบความสำเร็จในธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าท้าวเวสสุวรรณสามารถช่วยป้องกันภัยและอันตรายต่าง ๆ ได้อีกด้วย

วิธีการบูชาท้าวเวสสุวรรณ

การบูชาท้าวเวสสุวรรณนั้นมีหลายวิธีที่ผู้คนสามารถทำได้ เช่น

1. **การตั้งโต๊ะบูชา**: ควรตั้งโต๊ะบูชาที่สะอาด มีดอกไม้ ธูป เทียน และรูปปั้นของท้าวเวสสุวรรณ
2. **การสวดมนต์**: สวดมนต์หรือบทสวดเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับท้าวเวสสุวรรณ เพื่อขอพรและความมั่งคั่ง
3. **การถวายของ**: การถวายผลไม้หรืออาหารที่เป็นที่นิยม เช่น ขนมหวานหรือผลไม้สด เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทพเจ้าที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง การบูชาท้าวเวสสุวรรณไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้คนมีความมั่งคั่งและโชคลาภ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสงบในจิตใจ หากคุณต้องการดึงดูดโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ลองพิจารณาการบูชาท้าวเวสสุวรรณดู




#11

      การเก็บออมเงินด้วยการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือกวิธีลงทุนที่มีความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน
        ยิ่งเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดี และมีคำถามในใจตลอดว่า นักลงทุน มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี ก็ยิ่งต้องศึกษาเรื่องความเสี่ยงให้มาก โดยต้องไม่ลืมว่าการลงทุนอะไรก็ตามที่ให้ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงย่อมต้องสูงตามไปด้วย

นักลงทุน มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี
       โดยปกติแล้วใครที่กำลังวางแผนลงทุนหรือเก็บเงินก็มักจะมองหาผลิตภัณฑ์การเงินในรูปแบบต่าง ๆ  ที่เหมาะกับโจทย์ความต้องการหรืองบประมาณที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ นอกจากจะต้องพิจารณาว่าการลงทุนสำหรับมือใหม่ที่มี งบน้อยลงทุนอะไรดี แล้ว ยังต้องพิจารณาความเสี่ยงในการลงทุนด้วย

   หากไล่เรียงความเสี่ยงจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่นั้นจะพบว่า การฝากเงินในธนาคาร มีความเสี่ยงน้อยที่สุด รองลงมาคือ การซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝาก
     หากใครที่ชอบลุ้นยังสามารถออมและลงทุนผ่าน สลากออมสิน หรือ สลากออมทรัพย์ จองสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินของรัฐและมีการให้รางวัลเหมือนกับสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่วิธีการลงทุนแบบนี้จะไม่สูญเงินต้น 
      ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นอีกรูปแบบการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่มีงบประมาณไม่มาก โดยผลิตภัณฑ์แบบนี้จะเป็นรูปแบบการลงทุนที่ผสมผสานระหว่างการทำประกันชีวิตกับการออมเงิน  เนื่องจากจะได้รับเงินก้อนเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือถือกรมธรรม์ไว้จนครบสัญญา โดยจะจ่ายเบี้ยประกันเป็นรายเดือนหรือรายปี
        แต่หากต้องการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นและสามารถรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้อีกระดับหนึ่งก็สามารถเลือกเป็น การลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งมีหลายรูปแบบและสามารถเลือกตามความเสี่ยงได้อีกด้วย เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมหุ้น, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, กองทุนรวมน้ำมัน เป็นต้น
        ส่วนใครต้องการลงทุนที่มีความเสี่ยงมาก แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง สามารถเลือกลงทุนในหุ้น, หุ้นกู้ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ภาคเอกชน, ทองคำ, น้ำมัน หรือเงินสกุลดิจิทัล อย่างคริปโตเคอร์เรนซี ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางเพื่อเข้าถึงการลงทุนดังกล่าวได้สะดวกง่ายดาย

งบน้อยลงทุนอะไรดี
      แม้ว่าจะมีงบประมาณสำหรับลงทุนไม่มากหรือเพิ่งเริ่มทำงานจึงต้องการเริ่มเก็บเงินด้วยการลงทุนก็มีวิธีให้เลือกลงทุนได้อย่างตรงกับโจทย์ความต้องการ อาทิ
        การลงทุนหุ้นแบบ DCA หรือ Dollar Cost Averaging เป็นการทยอยลงทุนสะสมหุ้นทีละน้อย แต่สม่ำเสมอ เช่น เดือนละ 1,000 บาท ซึ่งนอกจากจะใช้งบที่น้อยแล้วยังเป็นการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินทรัพย์ที่จะลงทุนได้อีกทางหนึ่งด้วย การลงทุนแบบนี้จะช่วยให้มีการสะสมสินทรัพย์เป็นจำนวนมากขึ้นและในระยะยาวก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
       การออมทอง เป็นรูปแบบการลงทุนที่คล้ายกับการฝากเงินแบบสะสมทรัพย์ แต่เป็นการสะสมทองคำด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ เป็นประจำ โดยสามารถเลือกออมทองได้ทั้งที่เป็นทองคำแท้และทองคำกระดาษหรือเป็นสัญญาทองคำ

         สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่หรือนักลงทุนที่มีงบน้อยต้องพึงระลึกไว้เสมอก็คือการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลในสิ่งที่จะลงทุนให้ดีและวางแผนรับความเสี่ยงในการลงทุนไว้เสมอ     
#12
การลงทุนในตลาดการเงินเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้กลยุทธ์ที่ดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ในบทความนี้เราจะพูดถึง 5 เทคนิคการจัดการพอร์ตลงทุน บริหารเงิน ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการลงทุนของคุณได้

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน

การมีเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการจัดการพอร์ตลงทุน คุณควรกำหนดว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร เช่น การเก็บเงินเพื่อการศึกษาของบุตร การซื้อบ้าน หรือการเกษียณอายุ เมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้คุณสามารถเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมได้

2. กระจายความเสี่ยง

การกระจายความเสี่ยงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการจัดการพอร์ตลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว หากสินทรัพย์หนึ่งมีผลตอบแทนต่ำ สินทรัพย์อื่นอาจช่วยชดเชยได้

3. ติดตามและปรับเปลี่ยนพอร์ตลงทุน

การติดตามผลการลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คุณควรตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ายังคงสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากมีการเปลี่ยนแปลงในตลาดหรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ คุณอาจต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตลงทุนเพื่อให้เข้ากับสภาวะปัจจุบัน

4. ใช้เครื่องมือวิเคราะห์การลงทุน

การใช้เครื่องมือวิเคราะห์การลงทุน เช่น โปรแกรมวิเคราะห์กราฟหรือซอฟต์แวร์การลงทุน จะช่วยให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยในการตัดสินใจลงทุน เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม

5. ศึกษาและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในวงการการลงทุนจะช่วยให้คุณมีความรู้และความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการจัดการพอร์ตลงทุน คุณสามารถเข้าร่วมสัมมนา อ่านหนังสือ หรือฟังพอดแคสต์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนของคุณ

การจัดการพอร์ตลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วย 5 เทคนิคที่เราได้กล่าวถึงนี้ คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิผล อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้นควรทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

   

#13
เปิดร้านเป็นของตัวเองทั้งที ก็อยากให้ขายดิบขายดี การค้ารุ่งเรือง ตามความเชื่อของไทยเราก็ต้องเริ่มที่การ ตั้งชื่อร้านให้รวย ให้เป็นมงคล  เพราะชื่อร้านเป็นประตูบานแรกที่จะเปิดให้คนรู้จักร้านค้าเรา คนขายคนไหนที่กำลังคิดจะเปิดร้านและกำลังหาชื่อร้านที่เป็นมงคลอยู่ ก่อนตั้งชื่อร้านควรต้องรู้ทริคเหล่านี้

เป็นชื่อที่มีความหมายทางบวก และมีความหมายดี
   การตั้งชื่อร้านหรือ ตั้งชื่อบริษัทความหมายดีๆ ควรเป็นคำที่มีความหมายไปในทางที่ดี มีความเป็นมงคล จะเป็นคำที่เกิดจากการผสมคำจนเกิดเป็นคำใหม่ หรือเป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ แต่ความหมายต้องให้ไปในทางบวกเสมอ นอกจากนี้ยังมีศาสตร์ของพลังงานตัวเลขที่เรียกว่า กำลังของค่าเลขศาสตร์ จากการเทียบค่าตัวเลขของตัวอักษรที่ตั้งเป็นชื่อร้าน นำมาคำนวณแล้วยิ่งเป็นเลขที่อยู่ในช่วงที่ดี คอยหนุนดวงเรา ก็จะยิ่งให้การทำธุกิจเจริญรุ่งเรือง จะ ตั้งชื่อร้านให้รวย ให้เป็นมงคล ถ้าสามารถหาชื่อร้านที่ดีทั้งด้านภาษาศาสตร์ และพลังของค่าเลขศาสตร์ได้ก็จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ตัวเราเองก็จะได้มีความสบายใจ เมื่อมีชื่อร้านเป็นพลังงานทางบวก ช่วยเสริมความเชื่อและมั่นใจว่าจะช่วยในการดึงลูกค้าเข้าร้านแล้ว เราจะได้มีเวลาไปวางแผนการทำธุรกิจให้เติบโตได้ดีมากขึ้น ไม่ต้องมากังวลเรื่องชื่อร้านอีกเพราะคิดไว้อย่างดีแล้ว

สะกดง่าย ออกเสียงไม่ยาก เป็นชื่อที่จดจำง่าย
   ตั้งชื่อบริษัท ชื่อร้านควรต้องเป็นชื่อที่จดจำง่าย อ่านง่าย สะกดง่ายด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นชื่อที่มีความหมายดีแต่ไปใช้คำศัพท์ที่ออกเสียงยาก คนก็จะไม่กล้าพูดชื่อร้านเพราะกลัวออกเสียงผิด การบอกต่อปากต่อปากก็จะน้อย เพราะชื่อจำยากคนก็ไม่จำ ต่อให้สินค้าเราดีแค่ไหน แต่ถ้าคนไม่บอกต่อ ของที่ดีก็จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่มาซื้อหา แล้วคนหนึ่งคนจะซื้อของซ้ำ ชิ้นเดิม ร้านเดิม ได้นานสักเท่าไหร่เชียว ดังนั้นถ้าอยากให้คนบอกชื่อร้านแบบปากต่อปากได้ ควรตั้งชื่อที่สะกดง่ายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะคนจะบอกต่อได้ง่ายนั่นเอง

ไม่ใช้ชื่อร้านยาวหลายพยางค์เกินไป
   ชื่อร้านที่ยาวและหลายพยางค์เกินไป ทำให้คนจดจำยาก นอกจากการ ตั้งชื่อร้าน ที่สั้นและจดจำได้ง่ายแล้ว การตั้งชื่อร้านด้วยอักษรย่อ หรือการใช้ชื่อย่อก็ไม่ควรนำมาตั้งเป็นชื่อร้านหรือชื่อบริษัทเช่นกัน ในข้อนี้ยังหมายความรวมถึงการไม่นำชื่อตัว หรือชื่อสกุลมาตั้งเป็นชื่อร้านอีกด้วย เพราะหากเกิดความเสียหาย คนบ่น คนด่า คนวิจารณ์ ก็จะมีพลังลบ ๆ เข้ามาที่ตัวเจ้าของชื่อ ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง

ชื่อร้านไม่ควรคล้าย หรือตั้งชื่อซ้ำกับชื่อร้านอื่น
   เพื่อป้องกันการสับสน ส่วนหนึ่งเพื่อตัดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์และการลอกเลียนแบบ ซึ่งถ้าเราไม่ได้เป็นคนดังหรือคนที่มีชื่อเสียง การตั้งชื่อร้านที่ซ้ำชื่อร้านที่เขาดังมาก่อนแล้ว ร้านเรามีแต่จะเจ๊งกับเจ๊งแน่นอน ไหนจะปวดหัวมานั่งแก้ความเข้าใจผิดของลูกค้าว่าเป็นคนละร้าน คนละบริษัทอีก แค่คิดก็ไม่เป็นชื่อร้านหรือ ชื่อบริษัทมงคล ตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นก่อนจะตั้งชื่อก็อย่าลืมคิดถึงเรื่องนี้ด้วย

   สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเจ้าของร้านค้า หรือกิจการในฝัน หรือใครที่อยากขยายกิจการแต่ยังขาดเงินลงทุน ธนาคารกรุงไทยมีสินเชื่อให้กู้ สินเชื่อ SME ขนาดเล็ก ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือพ่อค้า แม่ค้า ที่ ตั้งชื่อร้านให้รวย ไว้แล้วแต่ขาดเงินทุนเปิดร้าน กรุงไทยใจป้ำปล่อยกู้ให้โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน รายได้เริ่มต้นที่ 15,000 บาท ก็สามารถกู้ได้ ที่สำคัญสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้ ไม่ต้องไปที่หน้าสาขา วงเงินสูง อนุมัติไว ผ่อนชำระเบา ๆ อีกด้วย สนใจสามารถสมัครสินเชื่อออนไลน์ผ่าน Krungthai NEXT ได้แล้ววันนี้



#14

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความทรงจำ แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงอาจทำให้หลายคนลังเลในการวางแผนทริปต่างประเทศ วันนี้เรามี 5 เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณสามารถเดินทางต่างประเทศได้อย่างประหยัด โดยไม่ต้องลดทอนความสนุกสนานในการเที่ยว

1. วางแผนล่วงหน้า

การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้คุณมีโอกาสได้ตั๋วเครื่องบินและที่พักในราคาที่ถูกลง โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชั่นหรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว การจองล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทางจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบราคาได้ง่ายขึ้นผ่านเว็บไซต์จองตั๋วและที่พักต่างๆ

2. ใช้บริการขนส่งสาธารณะ

เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง การใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถบัส รถไฟ หรือแม้กระทั่งจักรยาน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมาก นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย อย่าลืมตรวจสอบตารางเวลาและเส้นทางล่วงหน้าเพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น

3. เลือกที่พักที่ประหยัด

การเลือกที่พักเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หากคุณเดินทางคนเดียวหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ การเลือกที่พักแบบโฮสเทลหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีครัวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการแพลตฟอร์มเช่าที่พักระยะสั้น เช่น Airbnb เพื่อหาที่พักที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ

4. กินอาหารท้องถิ่น

การทานอาหารที่ร้านอาหารท้องถิ่นจะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและรสชาติที่แท้จริงของประเทศนั้นๆ แทนที่จะเลือกทานอาหารจากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงซึ่งมักจะมีราคาแพง คุณยังสามารถหาซื้ออาหารจากตลาดหรือร้านขายของชำเพื่อทำอาหารทานเองได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

5. หลีกเลี่ยงการซื้อของที่ระลึกราคาแพง

การซื้อของที่ระลึกอาจเป็นเรื่องสนุก แต่ควรระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ซึ่งมักจะมีราคาสูง แนะนำให้เลือกซื้อของที่ระลึกจากตลาดท้องถิ่นหรือร้านค้าที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งมักจะมีราคาถูกกว่าและอาจจะมีความเป็นเอกลักษณ์มากกว่า


การเดินทางไปประเทศน่าเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงเสมอไป เพียงแค่คุณมีการวางแผนที่ดีและรู้จักเลือกใช้บริการต่างๆ อย่างชาญฉลาด คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการเที่ยวต่างประเทศแบบงบน้อยได้อย่างประหยัด หากคุณมีเคล็ดลับเพิ่มเติมหรือประสบการณ์การเดินทางที่น่าสนใจ สามารถแชร์ให้เราฟังได้ในคอมเมนต์ด้านล่าง!

   
#15
   หลายคนยอมรับรู้สึกสนใจบัตรน้องใหม่จากธนาคารกรุงศรี "บัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม" (Krungsri NOW Platinum Credit Card)บัตรเครดิตสมัครง่าย ที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2564 หลังจากที่ไม่มีบัตรใหม่ออกมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งจะมาพร้อมสิทธิประโยชน์อย่างไร สมัครง่ายไหม มาดูกัน

บัตรเครดิต กรุงศรี นาว สมัครง่าย
การสมัครบัตรเครดิตทุกวันนี้ให้ความสะดวกสบายกับเรามาก หลังจากยื่นเรื่องสมัคร บัตรเครดิตสมัครง่าย และได้รับการอนุมัติไปแล้วก็เปิดใช้ช็อปปิงทางออนไลน์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้บัตรใบจริงมาถึง รับเครดิตคืนเงิน 5% ทุกการช็อปออนไลน์ เป็นโปรโมชั่นที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อช็อปออนไลน์ในทุกเว็บไซต์และทุกแอปพลิเคชัน พูดได้ว่าเป็นบัตรเครดิตของธนาคารกรุงศรีฯ ที่รับเทรนด์การช็อปออนไลน์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัลขนานแท้

จุดเด่นของบัตรเครดิต กรุงศรี นาว คือ "ใช้ง่าย คืนไว คืนคุ้ม"
เหมาะสำหรับการใช้จ่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง สั่งอาหาร ช็อปออนไลน์ หรือแม้แต่การเติมเกม เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 21-35 ปีที่นิยมจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมรับพอยต์สะสม 2 เท่าจากร้านอาหารทั่วโลกที่ร่วมรายการ

บัตรเครดิต กรุงศรี นาว "คืนไว คืนเยอะ
บัตรเครดิตกรุงศรี นาว ชูจุดเด่นโปรโมชั่นดี ๆ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายในทุกเว็บ ทุกแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีส่วนลดและสิทธิพิเศษอีกมากมาย การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี นาว จึงเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คุ้นชินกับบริการออนไลน์ หรือจะเป็นการใช้จ่ายแบบออฟไลน์ก็ใช้คุ้มเช่นเดียวกัน
สำหรับนักศึกษาอายุ 20-25 ปี สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ แอปพลิเคชัน UCHOOSE หรือ เว็บไซต์ www.krungsricard.com โดยไม่ต้องมีเอกสารแสดงรายได้ เพียงมีบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงศรี มีเงินฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท ในการค้ำประกัน สามารถรับวงเงิน 90% ของเงินที่ค้ำประกันได้ทันที
บัตรเครดิต กรุงศรี นาว เป็นบัตรใบล่าสุดสำหรับปี 2567 บัตรเครดิตสมัครง่าย ด้วยบริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล หรือ Krungsri i-CONFIRM ของธนาคารกรุงศรีฯ สมัครได้ทุกวัน เพียงมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้

1.อายุ 20 - 65 ปีบริบูรณ์
2.มีรายได้ประจำต่อเดือน 15,000 บาท
3.มีเบอร์โทรศัพท์มือถือ และที่ทำงานที่สามารถติดต่อได้
4.เอกสารประกอบการพิจารณา ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้เดือนล่าสุด และสำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารและส่วนที่เป็นบัญชีเงินเดือนเข้านับจากปัจจุบันย้อนหลัง 6 เดือน

บัตรเครดิต กรุงศรี นาว ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บัตรเครดิตสมัครง่าย ใช้ง่าย น่าจะโดนใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทางเลือกใหม่ที่ใช้จ่ายสะดวกคุ้มค่าจริงๆ